
กันซึมดาดฟ้ามีกี่แบบ
กันซึมดาดฟ้าคืออะไร ทำไมจึงจำเป็นต้องติดตั้ง
กันซึมดาดฟ้า (Waterproofing System) คือกระบวนการหรือการติดตั้งวัสดุที่มีคุณสมบัติป้องกันการซึมผ่านของน้ำบนพื้นผิวของดาดฟ้า โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อไม่ให้น้ำฝน น้ำล้าง หรือความชื้นจากภายนอกสามารถไหลซึมเข้าสู่โครงสร้างคอนกรีตด้านล่าง เช่น พื้นเพดาน ฝ้า หรือแม้แต่ระบบไฟฟ้าและระบบเครื่องกลภายในอาคารได้
ดาดฟ้าเป็นพื้นที่ที่สัมผัสกับสภาพแวดล้อมโดยตรง ทั้งแสงแดด ฝนตก ลมแรง และความชื้นสะสม เมื่อเวลาผ่านไป น้ำฝนอาจเริ่มซึมผ่านรอยต่อหรือรอยแตกร้าวที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งหากปล่อยไว้นานโดยไม่มีระบบกันซึมป้องกัน อาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่ออาคารและสิ่งของภายในได้
ตัวอย่างปัญหาที่พบบ่อยเมื่อไม่มีระบบกันซึม
- น้ำหยดจากฝ้าเพดานในฤดูฝน
- คราบเชื้อราและรอยด่างบนผนัง
- สีภายในอาคารลอกล่อน
- พื้นไม้บวม เสียหาย
ความจำเป็นของระบบกันซึมดาดฟ้า
- ป้องกันโครงสร้างอาคารเสียหาย น้ำที่ซึมลงไปในคอนกรีตอาจทำให้เหล็กเสริมเกิดสนิม เมื่อสนิมขยายตัวจะทำให้คอนกรีตแตกและหลุดร่อน ส่งผลต่อความแข็งแรงโดยรวมของอาคาร
- ยืดอายุการใช้งานของอาคาร อาคารที่มีระบบกันซึมที่ดีจะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงในระยะยาว
- ลดปัญหาความชื้นภายในอาคาร ความชื้นที่เกิดจากการรั่วซึมทำให้เกิดกลิ่นอับ เชื้อรา และตะไคร่ ซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ และส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย
- ป้องกันระบบไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหาย น้ำรั่วซึมอาจไหลไปถึงฝ้าเพดานหรือระบบไฟฟ้า ทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรและอาจเกิดอันตรายถึงขั้นไฟไหม้
- เสริมความมั่นใจในการใช้สอยพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาศัยหรืออาคารพาณิชย์ การมีดาดฟ้าที่แห้งและปลอดจากน้ำรั่วซึม ย่อมส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของผู้ใช้งาน
ประเภทของกันซึมดาดฟ้าที่ใช้กันในปัจจุบัน
วัสดุกันซึมดาดฟ้าในปัจจุบันมีหลายประเภท แต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับลักษณะงานและงบประมาณที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ประเภทหลัก ได้แก่
1. กันซึมแบบทาหรือพ่น (Liquid Applied Waterproofing)

เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง เพราะสามารถประยุกต์ใช้ได้กับพื้นที่ดาดฟ้าหลายประเภท วัสดุจะมีความยืดหยุ่นสูง เมื่อแห้งแล้วจะกลายเป็นฟิล์มกันน้ำที่ไม่มีรอยต่อ วัสดุที่ใช้ จะเป็น Acrylic, Polyurethane (PU), Bituminous, Cementitious
ข้อดี
- ทำได้ง่าย ใช้เวลาไม่นาน
- ปรับเข้ากับพื้นผิวซับซ้อนได้ดี
- เหมาะกับดาดฟ้าทั่วไปหรือพื้นผิวคอนกรีต
ข้อควรระวัง
- ต้องเตรียมพื้นผิวให้สะอาด
- ควรทาหลายชั้น และควรมี top coat ป้องกัน UV
2. กันซึมแบบแผ่น (Membrane Waterproofing)

คือวิธีการติดตั้งแผ่นกันซึมลงบนพื้นผิวด้วยความร้อนหรือกาวพิเศษโดยวัสดุที่ใชันั้นจะเป็น Modified Bitumen Membrane, PVC, TPO
ข้อดี
- ทนต่อแรงดึงและการแตกร้าวของพื้นผิวได้ดี
- มีความทนทาน อายุการใช้งานนาน (10-20 ปี)
ข้อควรระวัง
- ติดตั้งยาก ต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญ
- หากติดตั้งไม่ดี อาจเกิดรอยรั่วที่รอยต่อ
3. กันซึมแบบพ่น PU Foam + เคลือบผิว

คือวิธีการพ่นโฟม Polyurethane บนพื้นดาดฟ้า แล้วเคลือบด้วยวัสดุกัน UV
ข้อดี
- ป้องกันน้ำรั่วซึม และช่วยกันความร้อนได้
- ไม่มีรอยต่อ
ข้อควรระวัง
- ราคาค่อนข้างสูง
- ต้องมีผู้เชี่ยวชาญในการพ่น
4. กันซึมแบบซีเมนต์ผสมพิเศษ (Cementitious Waterproofing)

ลักษณะ: ใช้ผสมซีเมนต์กับสารเคมีพิเศษเพื่อเพิ่มคุณสมบัติกันซึมทา 2-3 ชั้นมักใช้ในงานโครงสร้างที่ต้องการความแข็งแรงและกันซึมในเวลาเดียวกัน
ข้อดี
- ต้นทุนต่ำ ใช้งานง่าย
- เหมาะกับพื้นผิวคอนกรีตทั่วไป
ข้อควรระวัง
ไม่ทนแดด ต้องปิดทับด้วยกระเบื้องหรือวัสดุป้องกัน UV
5. กันซึมแบบอินเจกชั่น (Injection Waterproofing)

เป็นกานใช้การฉีดน้ำยาเข้าไปในรอยร้าวของโครงสร้าง เพื่ออุดรอยรั่ว
ข้อดี
- เหมาะกับการซ่อมแซมจุดรั่วเฉพาะที่
- ไม่ต้องรื้อโครงสร้าง
ข้อควรระวัง
- ใช้กับพื้นที่เฉพาะจุดเท่านั้น
- ต้องใช้ช่างมืออาชีพ
วิธีเลือกกันซึมดาดฟ้าให้เหมาะกับอาคารของคุณ
การเลือกกันซึมดาดฟ้าที่เหมาะสมควรพิจารณาจากหลายปัจจัย ดังนี้
- ลักษณะการใช้งานของดาดฟ้า เช่น เป็นพื้นที่เดินเล่น พื้นที่ติดตั้งเครื่องจักร หรือพื้นที่เก็บน้ำ
- สภาพอากาศและสภาพแวดล้อม เช่น ฝนตกชุก แดดจัด หรือมีการขยายตัวของโครงสร้าง
- งบประมาณในการติดตั้งและบำรุงรักษา
- อายุการใช้งานที่ต้องการ
- ความสะดวกในการติดตั้งและซ่อมแซมในอนาคต เช่น หากต้องการความทนทานสูงและอายุการใช้งานยาวนาน แผ่นฟิล์มหรือแผ่นยางจะเหมาะสม แต่ถ้าต้องการซ่อมแซมง่ายและประหยัด เคลือบเหลวหรือผสมซีเมนต์อาจตอบโจทย์กว่า
การดูแลและบำรุงรักษากันซึมดาดฟ้าอย่างไรให้ใช้งานได้ยาวนาน
การติดตั้งกันซึมดาดฟ้าอย่างเดียวไม่พอ การดูแลและบำรุงรักษาก็สำคัญมาก เพื่อป้องกันการชำรุดก่อนเวลาวิธีดูแลและบำรุงรักษาตรวจสอบสภาพผิวดาดฟ้าอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง ร่วมกับซ่อมแซมจุดแตกร้าวหรือหลุดล่อนทันทีเมื่อพบ และการทำความสะอาดพื้นผิวดาดฟ้า ตามความเหมาะสมเพื่อไม่ให้เศษฝุ่นหรือวัสดุอื่นๆ ก่อปัญหาหลีกเลี่ยงการใช้วัสดุหรือเครื่องมือที่ทำลายผิวกันซึม เช่น ของมีคม ทาซ้ำหรือเคลือบกันซึมตามคำแนะนำของผู้ผลิตหรือช่างผู้เชี่ยวชาญเพียงเท่านี้ก็สามารถยืดอายุการใช้งานของกันซึมดาดฟ้า ได้แล้ว
สรุป
กันซึมดาดฟ้ามีหลายประเภทให้เลือกใช้งาน ทั้งแบบกันซึมแบบทาหรือพ่น (Liquid Applied Waterproofing), กันซึมแบบแผ่น (Membrane Waterproofing), กันซึมแบบพ่น PU Foam + เคลือบผิว, กันซึมแบบซีเมนต์ผสมพิเศษ (Cementitious Waterproofing), และกันซึมแบบอินเจกชั่น (Injection Waterproofing) ซึ่งแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน การเลือกใช้งานจึงต้องพิจารณาจากลักษณะการใช้งานและงบประมาณของอาคาร เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด นอกจากนี้การดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอจะช่วยยืดอายุการใช้งานของกันซึมและลดปัญหาน้ำรั่วซึมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
