งานยาแนวลอยต่อ

งานยาแนวลอยต่อ ป้องกันการรั่วซึมและแตกร้าว ด้วยงานยาแนวคุณภาพสูง

บริการงานยาแนวลอยต่อ ผนัง พื้น และหลังคา ป้องกันน้ำรั่วซึม เพิ่มความทนทานให้กับอาคาร ด้วยวัสดุคุณภาพและทีมช่างมืออาชีพ

โทรนัดสำรวจพื้นที่

เลือกวิธีแก้ปัญหาได้ตรงจุด

ประเมินราคา กำหนดวันเข้างาน

บริการยาแนวรอยต่อ เพิ่มความแข็งแรง ป้องกันการรั่วซึมอย่างยั่งยืน

บริการยาแนวลอยต่อ (Joint Sealant Work) คือการอุดและปิดรอยต่อระหว่างวัสดุก่อสร้างเพื่อป้องกันการรั่วซึมของน้ำ ความชื้น อากาศ ฝุ่น และแมลง อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับจุดที่มีการขยายตัวหรือหดตัวตามธรรมชาติ เช่น ลอยต่อคอนกรีต พื้นผิวโลหะ หลังคา แผ่นผนังพรีแคส หรือรอยต่อแผ่นเมทัลชีท

สำหรับผู้ที่อยู่ใน ศรีด่าน สำโรง แบริ่ง และจังหวัดสมุทรปราการ เรามีทีมงานเชี่ยวชาญที่ให้บริการยาแนวลอยต่อโดยคัดเลือกวัสดุที่เหมาะสมกับสภาพหน้างาน เช่น ซิลิโคน (Silicone Sealant) ที่ยืดหยุ่นสูงและทนต่อรังสี UV เหมาะกับงานภายนอก, โพลียูรีเทน (Polyurethane Sealant) สำหรับงานโครงสร้างที่ต้องรับแรงสั่นสะเทือนและการเคลื่อนตัวของพื้นผิว, อคริลิค (Acrylic Sealant) ที่สามารถทาสีทับได้และคุ้มค่าในงานภายใน รวมถึง บิทูมินัส (Bituminous Sealant) ที่มีคุณสมบัติกันน้ำดีเยี่ยมสำหรับงานหลังคา

การทำงานเริ่มจากการทำความสะอาดร่องรอยต่ออย่างละเอียด ก่อนอัดยาแนวเพื่อให้แนบสนิทและสวยงาม ขั้นตอนทุกขั้นถูกควบคุมตามมาตรฐานสากล เพื่อให้รอยต่อของบ้าน อาคารพาณิชย์ หรือโรงงานใน ศรีด่าน สำโรง แบริ่ง และสมุทรปราการ ปลอดจากปัญหาการรั่วซึม และมีความแข็งแรงทนทานในระยะยาว

ข้อดีของการยาแนวลอยต่อ

การทำยาแนวลอยต่อไม่ได้มีไว้แค่เพื่อความเรียบร้อยของงานเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการ

  1. ป้องกันการรั่วซึมของน้ำฝนและความชื้น  โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน หากลอยต่อไม่ถูกยาแนวอย่างถูกต้อง น้ำสามารถแทรกซึมเข้าสู่อาคาร ทำให้เกิดคราบราดำ เชื้อรา และความเสียหายกับโครงสร้าง
  2. ป้องกันอากาศรั่วไหล  สำหรับอาคารที่ต้องการควบคุมอุณหภูมิ เช่น อาคารสำนักงาน โรงงานอาหาร งานยาแนวช่วยลดการสูญเสียพลังงานได้อย่างดี
  3. ป้องกันฝุ่นและแมลง  รอยต่อขนาดเล็กแม้ดูเหมือนไม่มีผลอะไร แต่จริงๆ แล้วเป็นช่องทางให้ฝุ่นละอองและแมลงเล็ดลอดเข้าไปภายในได้
  4. ช่วยรับแรงขยายและหดตัวของวัสดุ  เมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง วัสดุบางชนิดจะเกิดการขยายหรือหดตัว การมียาแนวที่มีความยืดหยุ่นสามารถช่วยรับแรงเคลื่อนไหวได้ โดยไม่ทำให้วัสดุแตกร้าวหรือเสียหาย
  5. ยืดอายุการใช้งานของโครงสร้าง  การทำยาแนวที่เหมาะสมและมีคุณภาพจะช่วยยืดอายุของวัสดุก่อสร้าง ลดการซ่อมแซมในอนาคต

พื้นที่ที่ควรทำยาแนวลอยต่อ

  • รอยต่อระหว่างแผ่นเมทัลชีทหลังคา
  • รอยต่อพื้นคอนกรีตในโรงงาน
  • รอยต่อแผ่นพรีคาสต์ของผนังภายนอก
  • ขอบหน้าต่าง ประตู บานเลื่อน
  • ขอบกันสาด หรือรอยต่อระหว่างพื้นกับผนัง
  • จุดเชื่อมต่อของงานระบบไฟฟ้า หรือท่อแอร์

ขั้นตอนในการให้บริการงานยาแนวลอยต่อ

หากต้องการให้งานยาแนวมีประสิทธิภาพสูงสุด ควรดำเนินงานโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ โดยขั้นตอนหลักๆ จะมีดังนี้

  1. การตรวจสอบพื้นที่ ช่างจะเข้าตรวจสอบหน้างานเพื่อวิเคราะห์ประเภทวัสดุ, ขนาดรอยต่อ, ความชื้น และปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการเลือกใช้วัสดุยาแนว
  2. การเตรียมพื้นผิว พื้นผิวต้องแห้ง สะอาด ปราศจากฝุ่น น้ำมัน หรือสิ่งแปลกปลอม หากพื้นผิวไม่สะอาด วัสดุยาแนวจะไม่ยึดเกาะ
  3. ติดตั้งแผ่นรองรอยต่อ (Backer Rod) หากรอยต่อลึกมากจะมีการใส่โฟม Backer Rod เพื่อควบคุมความลึกของยาแนว และลดการใช้วัสดุเกินจำเป็น
  4. ลงยาแนว ใช้ปืนยิงยาแนวฉีดวัสดุลงในรอยต่ออย่างสม่ำเสมอ แล้วใช้เกรียงปรับผิวให้เรียบ เพื่อให้ยาแนวสัมผัสกับวัสดุทั้งสองด้าน
  5. รอให้วัสดุแห้งและเซ็ตตัว ขึ้นอยู่กับประเภทวัสดุยาแนว อาจใช้เวลาตั้งแต่ 1 ชั่วโมงถึง 24 ชั่วโมงก่อนจะสัมผัสหรือลงน้ำได้
  6. ตรวจสอบความเรียบร้อย เมื่อแห้งแล้ว จะมีการตรวจสอบความเรียบร้อยของรอยยาแนว เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีช่องว่างหรือจุดที่ขาดยาแนว

บริการยาแนวรอยต่อ งานเล็กหรืองานใหญ่ เราดูแลครบจบในที่เดียว

ยาแนวรอยต่อ อาจเป็นเรื่องเล็กในสายตาหลายคน แต่คือหัวใจของความแข็งแรงและป้องกันความเสียหายระยะยาว อย่ารอให้ปัญหารั่วซึมทำให้คุณต้องเสียเงินซ่อมใหญ่ภายหลัง งานยาแนวลอยต่อ” คือส่วนสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามในการก่อสร้างหรือซ่อมแซมอาคาร ไม่ว่าจะเป็นเพื่อกันน้ำ กันอากาศ หรือยืดอายุวัสดุ หากคุณกำลังประสบปัญหารั่วซึมจากรอยต่อ หรือรอยแผ่นหลังคารั่ว อย่ารอช้า! ให้ หจก.โกสุม เซอร์วิส แอนด์ ทรัคเตอร์ เป็นผู้ช่วยที่ไว้ใจได้ งานไว ราคาไม่แพง